แจ้งเดินทางออนไลน์

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกข้อมูลเบื้องต้น




ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง

ประกันอุบัติเหตุการเดินทาง

การประกันภัยอุบัติเหตุการเดินทาง (Travel Accident Insurance หรือ TA)เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุ และผลของอุบัติเหตุนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยบาดเจ็บต้องได้รับการรักษาพยาบาล หรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้าและสายตาหรือเสียชีวิตแต่ทั้งนี้อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้นจะต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาระหว่างการเดินทางที่กำหนดไว้เท่านั้น



  • ผู้ที่ควรทำประกันอุบัติเหตุการเดินทาง ได้แก่ บุคคลและกลุ่มบุคคลทั่วไปทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งต้องการเดินทางไปทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ การดูงาน การเยี่ยมญาติ การศึกษาระยะสั้นไม่เกิน 6 เดือน เป็นต้น



แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้

1. การประกันอุบัติเหตุการเดินทาง สำหรับบุคคลและกลุ่มทั่วไป

ให้ความคุ้มครองคล้ายกับการประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยให้ความคุ้มครองแบบ อบ. 1 คือ ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต,สูญเสียอวัยวะทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือได้รับบาดเจ็บต่อร่างกายต้องเข้ารักษาพยาบาล อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุ และยังรวมถึงกรณีที่ผู้เอาประกันภัยถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกายด้วย แต่คุ้มครองผู้เอาประกันภัยเฉพาะในระหว่างระยะเวลาการเดินทางเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทั้งในประเทศ และนอกประเทศไทยตามเส้นทางที่ระบุไว้ (ซึ่งจะคุ้มครองการเดินทางของผู้เอาประกันภัยแบบทั้งรายเดียวหรือรายกลุ่ม)


2. การประกันอุบัติเหตุการเดินทาง สำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์

ตามกฎกระทรวงการอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ได้กำหนดให้ผู้ขอรับใบ อนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ต้องมีการทำประกันภัยอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และผู้นำเที่ยว ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โดยมีจำนวนเงิน เอาประกันภัยกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาทต่อคน และกรณีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 500,000 บาทต่อคน และต้องมีอายุกรมธรรม์ประกันภัย ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับแต่วันยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เพื่อใช้ในการยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว

เอกสารที่ใช้ทำประกัน

1. ใบกำกับสินค้า (Invoice)

2. ทุนประกันภัย ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

3. ใบคำขอเอาประกันภัยสินค้าที่ขนส่งในประเทศ

การคำนวณเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

1. ประเภทของสินค้า

2. การบรรจุหีบห่อ

3.เส้นทางการขนส่ง

4. ประเภทยานพาหนะ

5. จำนวนเงินเอาประกัน

6. ประเภทความคุ้มครอง

*ข้อยกเว้น สินค้าที่ไม่รับประกัน ได้แก่

- สัตว์มีชีวิต

- ทองคำแท่ง อัญมณี เพชร พลอย

- วัตถุโบราณ

- สินค้าที่นำพา หรือขับไปด้วยตนเอง

ให้ความคุ้มครองความสูญเสีย หรือเสียหายของทรัพย์สิน สินค้า และยานพาหนะที่ขนส่งตั้งแต่เริ่มออกจากต้นทาง จนถึงปลายทางตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่ได้ระบุ ดังต่อไปนี้

1. ภัยทางทะเล เช่น ภัยจากพายุ มรสุม คลื่นลม ฟ้าผ่า เรือจม เรือล่ม เกยตื้น เรือชนกัน หรือชนหินโสโครก

2. อัคคีภัย คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นจากไฟไหม้ ความร้อน ควันไฟ น้ำที่ใช้ดับไฟ อุปกรณ์เคมีที่ใช้ในการดับไฟ แต่ต้องไม่เกิดจากความประมาทของผู้ที่สามารถเอาประกันภัยได้เอง หรือเกิดจากการลุกไหม้ขึ้นมาเองตามธรรมชาติของสินค้า

3. การโยนสินค้าหรือทรัพย์สินลงทะเล ให้เรือเบาขึ้น เพื่อรักษาเรือและ ทรัพย์สินส่วนรวม หรือชีวิตให้ปลอดภัยจากภัยที่เกิดขึ้น

4. โจรกรรม เช่น การถูกโจรสลัดปล้น

5. การกระทำโดยทุจริตของคนเรือและลูกเรือ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินโดยผู้เป็นเจ้าของไม่รู้เห็นเป็นใจด้วย

เอกสารในการทำประกันภัย

1. Letter of Credit หรือ L/C

2. ใบกำกับสินค้า (Invoice)

3. ใบตราส่ง (Bill of Lading หรือ B/L) กรณีขนส่งทางทะเล หรือ (Air Waybill (AWB) กรณีขนส่งทางอากาศ

4. ใบแสดงรายการบรรจุหีบห่อสินค้า (Packing List)

ยกเว้นความคุ้มครองที่เกิดจากกรณีต่อไปนี้*

1. การรั่วไหล การสูญเสียน้ำหนัก การเสื่อมสภาพ การจัดหีบห่อไม่เหมาะสม ความบกพร่องและไม่ได้มาตรฐานของตัวสินค้าเอง ความล่าช้าในการขนส่ง

2. การสงครามทุกประเภท การจลาจล การนัดหยุดงาน

3. การจับกุม การโดยยึดโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ

4. การแผ่รังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หรือกากนิวเคลียร์