การประกันภัยรถยนต์ (Motor Insurance) ให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อต้องเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ หรือที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบตามกฎหมายหรือได้รับความเสียหาย ที่อาจก่อให้เกิดกับ ชีวิตร่างกายอนามัยต่อบุคคลภายนอก ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อาจรวมถึงคนในรถยนต์คันที่เอาประกันภัย และหรือความเสียหายของรถคันที่เอาประกันภัยไว้ ที่บริษัทจะเข้าดำเนินจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในครั้งนั้นๆ
สรุปได้ว่า เมื่อทำประกันภัยรถยนต์ไว้แล้ว สามารถให้บริษัทมาชดใช้ความเสียหายจากการใช้รถยนต์ได้ดังนี้


ความรับผิดตามกฎหมายที่ไปทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย เช่นทำให้บุคคลบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง หรือ ทำให้ทรัพย์สินบุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย ฯลฯ

ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ กรณีรถยนต์มีความเสียหายจากการใช้รถยนต์หรือรถยนต์เกิดสูญหายไป หรือรถยนต์เกิดไฟไหม้ บริษัทจะเข้ารับซ่อมแซมให้กลับสถานะเดิมหรือชดใช้สินไหมทดแทนตามวงเงินที่ได้ทำประกันภัยไว้


ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (Compulsory Motor Insurance) การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่เรียกว่า ประกันภัย พ.ร.บ. ซึ่งรถยนต์ทุกคันทุกชนิดต้องทำประกันภัย เนื่องจากถูกบังคับโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ให้ความคุ้มครองและรับผิดชอบต่อความสูญเสียของชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของประชาชนผู้ประสบภัยจากรถยนต์เท่านั้น หากไม่ทำประกันประเภทนี้จะมีความผิดตามกฎหมาย
ยกตัวอย่างเช่น นาย เก่ง. ขับรถไปชนคนที่กำลังเดินข้ามถนนได้รับบาดเจ็บ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของคนเดินถนนที่ได้รับบาดเจ็บ


ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (Voluntary Motor Insurance) ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองได้ ตามความต้องการ เพื่อให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัยที่ต้องรับผิดจากการใช้รถยนต์ส่วนเกินจากความรับผิดชอบของประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ โดยแยกหลักได้เป็น ประเภท1 ประเภท2 ประเภท3 และประเภท5(หรือที่เรียกว่าพลัส เช่น ประเภท3พลัสหรือประเภท2 พลัส) ที่กำลังนิยมกันมากในการทำประกันภัยรถยนต์ในปัจจุบัน

1. คุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัย ตามกฎหมาย (ประกัน พ.ร.บ)
2. คุ้มครองทรัพย์สิน และชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอก และอาจมีบุคคลในรถด้วย (ประกันประเภท 3)
3. คุ้มครองทรัพย์สิน และชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและอาจมีบุคคลในรถด้วย และคุ้มครองในส่วนรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยกรณีสูญหาย หรือไฟไหม้ (ประกันประเภท 2)
4. คุ้มครองทรัพย์สิน และชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและอาจมีบุคคลในรถด้วย และคุ้มครองในส่วนรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยกรณี สูญหาย หรือไฟไหม้ รวมถึงเสียหายต่อตัวรถยนต์ (ประกันประเภท 1)
5. คุ้มครองทรัพย์สิน และชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและอาจมีบุคคลในรถด้วย และคุ้มครองในส่วนรถยนต์ของผู้เอาประกันภัยกรณี สูญหาย หรือไฟไหม้ เฉพาะความเสียหายต่อตัวรถยนต์ แบบมีเงื่อนไขต้องมีคู่กรณีเป็นยวดยานพาหนะที่จดทะเบียนขนส่งทางบกและต้องระบุคู่กรณีได้ (ประกันประเภท 2+)
6. คุ้มครองทรัพย์สิน และชีวิตร่างกายอนามัยของบุคคลภายนอกและอาจมีบุคคลในรถด้วย และคุ้มครองในส่วนรถยนต์ของผู้เอาประกันภัย เฉพาะความเสียหายต่อตัวรถยนต์ แบบมีเงื่อนไขต้องมีคู่กรณีเป็นยวดยานพาหนะที่จดทะเบียนขนส่งทางบกและต้องระบุคู่กรณีได้ (ประกันประเภท 3+)


สรุปได้ดังนี้

• การใช้รถยนต์นอกอาณาเขตที่คุ้มครอง


• การใช้ในการแข่งขันความเร็ว


• การใช้ลากจูง


• การขับขี่โดยบุคคลที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเส้นเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์


• การขับขี่โดยบุคคลที่ไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ หรือเคยได้รับแต่ถูกตัดสิทธิ์ตามกฎหมาย